บุคคลน่าถีบแห่งชาติ

posted on 05 Mar 2008 09:23 by oatato in Thoughts

คำเตือน: บทความที่ท่านจะได้อ่าน ถูกเขียนขึ้นมาจากความคิดเห็นส่วนตัว
จากเหตุการณ์ในสภาพแวดล้อมที่ได้พบเห็นมาทั้งในชีวิตจริงและในอินเตอร์เน็ต

เหมาะสำหรับคนที่มีสติสัมปชัญญะ มีเหตุผล
มีทัศนคติที่เปิดกว้างยอมรับแนวคิดใหม่ ๆ
มีวิจารณญาณในการแยกแยะผิดชอบชั่วดี
และทุก ๆ คน ที่คนรอบข้างไม่ได้เคยวิจารณ์ตัวคุณว่าเป็น เกรียน

คนที่ขึ้นลิฟต์จากชั้น 1 ไปชั้น 2

โดยปกติจะไม่ค่อยเซ็งเป็ดกับบุคคลจำพวกนี้มากนัก เพราะี่ใช้ชีวิตอยู่ในตึกมีสถานกงสุลชาติหนึ่ง
ที่เปิดมาสำนักงานอยู่ชั้น 2 เลยมักจะมีคนที่ไม่ชินกับผังในตึก ไม่รู้ว่าบันไดที่จะไปชั้น 2 อยู่ตรงไหน
(อันที่จริงมีป้ายบอก และมันก็อยู่ตรงข้ามลิฟต์เลย คงจะมองไม่เห็น เพราะตาเบลอ เป็นต้อกระจก)
จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เห็นคนเข้ามาในลิฟต์แล้วกดชั้น 2 อยู่บ่อย ๆ

ถึงจะบอกว่าเคยชิน แต่ก็มีบางครั้งที่เป็นข้อยกเว้น ดังตัวอย่างเหตุการณ์สมมุติต่อไปนี้

คุณนายคนหนึ่งมายืนรอลิฟต์พร้อมเอกสารที่ดูออกว่ามาทำวีซ่าอย่างแน่นอน
ในขณะที่เธอกำลังย่างก้าวเข้ามาในลิฟต์ที่มีคนกำลังเตรียมเข้าที่ทำงานอยู่เต็ม
ก็มีญาติที่เพิ่งเดินมาสมทบ แล้วสะกิดบอกว่า "บันไดอยู่ตรงนี้เอง จะขึ้นลิฟต์เหรอ" คุณนายคนนี้ก็ยังเดินเข้ามาในลิฟต์พร้อมญาติคนนั้น แล้วก็พูดแก้เขิน (แก้ตัว) ขึ้นมา

"อ้าว ไม่ทันสังเกตุว่ามีบันได ไม่เป็นไรล่ะ ไหน ๆ ก็เข้าลิฟต์มาแล้วนี่"

ไม่พูดก็ยังจะดีกว่าไหม?

อยากให้มีคนกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์แล้วบอกว่า "เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทันนะ"

คะแนนที่ได้

นักเกาะประตูรถไฟฟ้า

เวลาเข้าไปในรถไฟฟ้า ถ้าคนไม่หนาแน่นจริง ๆ ผู้โดยสารปกติส่วนใหญ่มักจะเขยิบเข้าไปด้านใน
แต่ิก็มักจะมีพวกที่แตกต่าง อย่างเช่นพวกที่ยืนอยู่ขวางตรงประตูทางออก

บางคนมีจุดยืนชัดเจนตรงกลางระหว่าง 2 ประตู บางคนก็เกาะประตูเหมือนตุ๊กแกเกาะห้องน้ำไม่มีผิด
ก็ยังถือว่าไม่เป็นไร คิดซะว่าเป็นสิทธิ์ของประเทศเสรีที่ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการเลือกที่ชอบ ๆ
สำหรับการยืนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถ้าเวลาที่รถวิ่งถึงสถานี คนพวกนี้จะมีการเบี่ยงตัวหลบให้คนอื่น
ได้เดินออกไปได้บ้างด้วยความสะดวก ก็ไม่น่าบ่นเท่าไหร่ แต่บางคนนี่สิ ประสาทสัมผัสเจ๊ง ไม่รู้ตัว
ว่ายืนอยู่ตรงทางออก มัวแต่คุยโทรศัพท์ คุยกับเพื่อน ต้องให้คนที่ออกเอ่ยปากขอโทษอย่างสุภาพว่า
"กูจะออก" ถึงจะยอมหลบให้

คะแนนที่ได้

ยังมีบุคคลอีกประเภทหนึ่งที่คล้ายกันคือ พวกที่เดินเข้าไปในรถไฟฟ้า้แล้วก็จับจองพื้นที่ยืนตารางเมตร
แรกสุดที่เจอโดยทันที โดยที่ไม่สนใจว่ามีคนอื่นที่เดินตามเข้ามาในรถหรือเปล่า จะเข้ามาได้หรือเปล่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาชั่วโมงเร่งด่วนที่มีคนหนาแน่น ซึ่งการแทรกตัวเข้าไปในรถทำได้อย่างลำบาก
ซึ่งถ้าดวงตกเจอคนประเภทนี้เข้า ก็อาจจะทำให้ไม่สามารถเข้าไปได้ ทั้ง ๆ ที่ยังพอมีที่อยู่ด้านใน
ขอเพียงแค่คน ๆ นั้น เขยิบเข้าไปอีกนิด และกว่าที่พวกนี้จะเริ่มรู้สึกว่าควรจะขยับเข้าไป ประตูก็ปิด
สุดท้ายก็ต้องทนยืนหน้าเป็นตูดรอขบวนถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

คะแนนที่ได้

บางทีเราอาจจะยังคงต้องการกระเป๋ารถเมล์ในรถไฟฟ้าอยู่ก็ได้
ไม่ได้เอามาให้เก็บตังค่ารถไฟฟ้าหรอก (ถึงให้เก็บก็คงไม่ทัน ขบวนยาวออกอย่างนั้น)

เอามาไว้เป็น symbolic เพื่อสื่อความหมายว่า "ชิดในหน่อยเพ่"

คนขับรถกระบะบรรทุกส่งของ

รถเมล์เขียว แท็กซี่เฮี้ยวยังชิดซ้าย มาเจอรถกระบะส่งของแล้วจะรู้ว่าคนตาบอดขับรถเป็นยังไง
อาจด้วยทัศน์วิสัยในการมองเห็นอาจจะมีไม่มากนัก เนื่องจากมีของบังด้านหลังอยู่เต็มกระบะหลัง
และอาจล้นจนไปบังกระจกส่องข้าง เลยทำให้คนขับมักจะเปลี่ยนเลนในเวลาอันไม่สมควรอยู่บ่อย
และคาดว่าของบางชิ้นอาจล้นทะลักไปอุดหูคนขับเป็นบางส่วน เลยทำให้การบีบแตรด่าบุพการี
จึงไม่มีผลต่อโสตสัมผัสของพวกเขาแต่อย่างใด

จะเปรียบไปก็คงเป็นดั่งการจับคนตาบอดหูหนวกมาขับรถ อันตรายยิ่งนัก โปรดระวัง

คะแนนที่ได้

คนเขียนบทละครไทยบางเรื่ิอง

รู้สึกไหมครับว่า เวลาดูละครไทยส่วนใหญ่ จะพบว่าถึงเนื้อหาของเรื่องจะเปลี่ยนไป
การดำเนินจะเกิดขึ้นในสถานที่ต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นในคฤหาสน์หรู ในห้องเช่าราคาถูก
หรือในป่าดิบชื้นชายแดนประเทศ หรือแม้แต่ในวังของประเทศสมมุติที่่มีอารยะธรรมผสม
ระหว่างไทยกับยุโรป (แอบสงสัยว่ามันมีพรมแดนติดกันตรงไหน) เรามักจะเจอตัวละครอื่น ๆ
นอกจากพระนาง ที่มีรูปแบบคล้ายกันเป็นมาตรฐานคือ

  1. คนใช้ที่ชอบนินทา ใครเป็นคนใช้ให้สังเกตุจากเครื่องแบบคนใช้ที่เหมือนกันทุกเรื่อง
  2. ตัวอิจฉา ที่มักจะเป็นคนรักเก่าของพระเอก-นางเอก (แฟน-คู่หมั้น ถ้าแต่งงานแล้วจะไม่สนุก)
  3. เพื่อนพระเอก-นางเอก ที่แสนดีตลอดเวลา แถมกร้านโลกรู้ไปซะทุกอย่าง
    จะทำไม่ได้อย่างเดียวคือทำให้เพื่อนมัน (ซึ่งก็คือเป็นพระเอก-นางเอก นั่นเอง)
    สามารถหูตาสว่างหรือมีไอคิวเพิ่มขึ้นได้ มัวแต่หลงมารยาของตัวอิจฉาอยู่ร่ำไป
  4. ผู้ร้ายจริง ๆ ส่วนใหญ่จะฉลาดน้อยกว่าตัวอิจฉา บทเด่นที่สุดมักจะอยู่ในฉากที่ฉายใน
    ตอนอวสานวันสุดท้าย เช่นเดียวกับบทตำรวจประกอบ ที่จะโผล่หน้ามาทั้งโรงพักก็
    เป็นตอนที่ผู้ร้ายพลาดท่าไปแล้วเท่านั้น (การปรากฎตัวขณะที่ที่ผู้ร้ายกำลังหัวเราะร่า
    ด้วยความได้เปรียบ ไม่เคยปรากฎในประวัติศาสตร์ละครไทย)
  5. ฉากอวสาน จะต้องเป็นฉากมีพระเอกประกบหน้ากับนางเอก (เลือกมุมกล้องให้คิดว่าจูบ) เท่านั้น
    ในวิวทิวทัศน์อันสวยงาม พร้อมกับคำว่าจบบริบูรณ์ (ไม่เคยมีฉากอวสานที่พระเอกกับนางเอก
    กระโดดขึ้นเตียงน้ำพร้อมโซ่และแส้ และตามด้วยคำว่าจบบริบูรณ์ อยากเห็นความแปลกใหม่แบบนี้จัง)
  6. เรามักจะเห็นจุดจบที่เลวร้ายของผู้ร้าย แต่กลับไม่ค่อยเห็นบทสรุปของตัวอิจฉา
    (ที่แม่งร้ายกว่าผู้ร้ายในเรื่องซะอีก) ว่ามีการดำเนินชีวิตหลังตอนจบเป็นไปอย่างไร
    ซึ่งถ้าให้เดา ก็เป็นไปได้ว่าคงไปปอกลอกเงิน
    อาเสี่ยคนไหนซักคนหนึ่งต่อไปจนร่ำรวย
    และมีบั้นปลายชีวิตที่สุขสบายกว่าพระเอกนางเอกซะอีก (เป็นงั้นไป)

ซึ่งมันเป็นรูปแบบที่ซ้ำซากอยู่อย่างนี้เป็นส่วนใหญ่แทบทุกเรื่อง
จนคนทั้งประเทศเข้าใจผิดคิดว่าคำว่า "ส่วนใหญ่" และ "น้ำเน่า" มีความหมายเดียวกันไปซะแล้ว

สรุปก็คือ
คนเขียนบทบางคน สามารถเขียนบทเรื่องเดียวเป็น template ที่สามารถนำไปใช้หากินได้ทั้งชาติ

คะแนนที่ได้

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะเห็นละครที่อิมพอร์ตมาจากต่างประเทศจึงเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน
เพราะพล็อตเรื่องและการดำเนินเรื่องที่แปลกออกไป บางทีคนที่ประเทศอื่นเขาก็คงมองว่าละคร
ประเทศเค้าก็น้ำเน่าเหมือนกัน (จบแบบพระเอกหรือนางเอกไม่ค่อยสมหวัง ไม่ตายก็พิการ)
เค้าอาจกำลังต้องการละครจากบ้านเราไปกู้สถานะการณ์ละครที่บ้านเมืองเค้าบ้างก็ได้

ระหว่างเขียนหัวเรื่องนี้ค้างอยู่ บังเอิญไปอ่้านเจอเอ็นทรีของคุณ doggiestyle ที่จัดอันดับ
เกี่ยวกับฉากคลาสสิกโคตร ๆ ของละครไทย ที่เรามักเจอในละครน้ำเน่ามาตั้งแต่ในยุคอดีตกาล
มาจนถึงปัจจุบัน และคาดว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไปในอนาคต โดนใจมาก ขอแนะนำครับ

คนออกแบบพล๊อตเรื่องมิวสิควีดีโอบางเพลง

อันนี้เกิดจากการไปดูเอ็มวี ตามลิ้งค์ที่คุณแพทแปะไว้ในเอ็นทรีเกี่ยวกับเอ็มวีเพลงสมัยนี้
หลายคนที่ได้ดูอาจจะเ๋อ๋อจนอุทานเป็นภาษาปาสคาลว่า ทำไมพล๊อตเรื่องมันงี่เง่าขนาดนี้

ถ้าเรามองว่าละครน้ำเน่านั้น เลวร้าย เอ็มวีบั่นทอนความคิดวัยรุ่นแบบนี้อาจถูกนิยามว่า หายนะ

คะแนนที่ได้

นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่าง ยังมีเอ็มวีมากมายที่มีดำเนินเรื่องขาดเหตุผล และความเป็นจริง
ที่สำคัญคือ พล๊อตเรื่องที่ดูแล้วเอ๋อแบบนี้ มักจะหลุดออกมาจากค่ายเพลงบางค่ายเสียด้วย
ก็ไม่แปลกทีช่วงหลังนี้ เราไม่ค่อยเห็นผลงานที่ดังเปรี้ยงปร้างจากศิลปินในค่ายนั้นเท่าไหร่
เห็นว่าจะส่งศิลปินในสังกัดไปเอาดีทางด้านละครและภาพยนตร์แทน คนไหนอยากทำงาน
เพลงที่ดีมีคุณภาพต่อไป ก็ให้ออกไปอยู่ค่ายอื่นละกัน

คนใส่เซ็นเซอร์รายการโทรทัศน์และภาพยนตร์

หลาย ๆ คนคงพูดเกี่ยวกับเรื่องของการเซ็นเซอร์ให้ได้ยินกันบ่อย ๆ อยู่แล้ว
การยกเหตุผลมาอ้างว่าเพื่อไม่ให้เด็กและเยาวชนมาเห็นภาพที่ไม่เหมาะสม
ก็ไม่ได้แปลว่า ผู้ใหญที่มีวุฒิภาวะและมีความสามารถในการรู้จักตัดสินผิดชอบชั่วดี
จะต้องมารับกรรมด้วยการไม่เห็นภาพที่ถูกนิยามกันเองว่าไม่เหมาะสมนั้นด้วย

ถ้าการเป็นเหล้่า ปืน บุหรี่ และหัวนม เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมที่ควรทำให้เบลอ
แล้วการนำเสนอแนวคิดเน่า ๆ สร้างค่านิยมผิด ๆ ตลอดจนถึงการแสดงแบบอย่างที่
ไม่เหมาะสม ทำไมไม่รู้จักทำให้เบลอตามกันไปด้วย

คะแนนที่ได้

ภาพศพเลือดสาด
ภาพตัวละครด่าทอตบตีกัน
เอ็มวีไร้สมองบั่นทอนปัญญา
ภาพม็อบกร่างทำลายข้าวของ
ภาพนักการเมืองอารมณ์ร้าย

มันก็เน่าพอ ๆ กันหมดแหล่ะ

พวกที่ใส่ความคิดเห็นในคอมเมนต์แบบประหลาด

ไม่ว่าจะเป็นในบล็อก เว็บบอร์ด เว็บข่าว ไฮไฟว์
หรือช่องอะไรก็ตามแต่ที่สามารถบันทึกตัวอักษรลงไปได้ มันใส่หมด

เนื้อหาการโพสต์ก็มีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งม