หลังจากที่คุณวิชัยไปเขียนต่อยอดเกี่ยวกับเรื่อง
การขึ้นราคาซากอ้อยของอะไรต่อมิอะไรในยุคนี้

ในตอนนึงมีพูดเกี่ยวกับเรื่องขอทานบางประเภท ที่ขอเงินแบบครั้งเดียวเอาไปตั้งตัว
สร้างบ้าน ซื้อหุ้นโรงงานนิวเคลียร์ที่อิหร่าน หรือไม่ก็เอาไปเป็นทุนการศึกษาเรียนต่อ
ปริญญาเอกซักสามสี่ใบ

เลยเกิดคันไม้คันมืออยากเขียนเกี่ยวกับเรื่องคนขอตังค์เพื่อตั้งตัวอีกกลุ่มหนึ่ง
เพราะเพิ่งไปเห็นมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้วนั่นคือ "เด็กเช็ดกระจกรถ"

ก็เนื่องมาจากที่หลัง ๆ เวลาออกไปทานข้าวกลางวันข้างนอกแบบเป็นหมู่คณะเกิน 10 คน
ซึ่งถ้าดูทิศทางลม ฝน ม็อบ และสภาพการจราจรหน้าตึกแล้ว ถ้าพบว่ามันไม่เลวร้ายนัก
ก็จะใช้บริการแท็กซี่ให้ไปส่งถึงที่หมาย เพราะมันคุ้มค่ากว่าการเดินไปใช้บริการรถไฟฟ้า
ทั้งในแง่ของราคา (แชร์ค่าแท็กซี่กัน นั่งคันละ 4-5 คน) และความสะดวกสบาย
ที่จะต้องแลกกับความล่าช้าเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อยจากการติดไฟแดงก็ตาม

ถึงรถเมล์จะมีค่าใช่จ่ายถูกกว่า (ถ้าไม่อุตริขึ้นราคาไปมากกว่านี้)
แต่ก็ยังขอเลือกใช้แท็กซี่ ไม่ใช่เพราะเรื่องความสะดวกสบายอย่างเดียว
อย่างน้อยก็มั่นใจว่า ไม่มีใครโดนรถเมล์ซิ่งสะบัดหลุดกระเด็นหายไปที่ถนนไหน
ระหว่างเข้าโค้ง ยังไงน่าจะรอดชีวิตกลับมาทำงานต่อกันได้ครบทุกคน

ขอพูดถึงรถเมล์ซักนิดว่า หลายครั้งที่ใช้บริการไปแล้วทำให้ต้องนึกถึงขั้นตอนการรับสมัคร
พนักงานขับรถเข้ามาทำงาน ว่าเค้าได้มีการสอบประวัติคนขัิบกับบ้างไหมอย่างเช่น
- มีประวัติการเมาแล้วขับหรือไม่
- เคยขับรถสาธารณะชนมาแล้วกี่ครั้ง (ต่ำกว่า 10 ครั้ง รับได้)
- แล้วทุกครั้งหนีเอาตัวรอดได้ตลอดหรือไม่
- เป็นเครือญาติกับฮานนิบาล เลคเตอร์ หรือเปล่า
- รู้จักตำแหน่งของเบรคหรือไม่

หรือจะมีการทดสอบอะไรบ้างหรือเปล่า อย่างเช่นการสอบข้อเขียนเกี่ยวกับกฎจารจร
หรือ กฏการขับรถสาธารณะ (มี 100 ข้อ ทำถูกเกิน 5 ข้อ รับได้)

จากประสบการณ์ที่เคยเจอ ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์เขียว รถเมล์ฟ้า แดง หรือรถแอร์
ถ้าคนขับมันมีใจรักทางการซิ่งแล้วล่ะก้อ มันก็สามารถเอามาซิ่งได้หมดอย่างไร้ขีดจำกัด

มีอยู่สายนึงที่มีความเสมอต้นเสมอปลายมาก ที่เพิ่งเป็นข่าวเมื่อไม่กี่อาทิตย์ที่ผ่านมา
ที่คนขับเบรคไม่อยู่แล้วขับไปชนรถที่จอดติดอยู่สิบกว่าคัน จำได้ว่าที่เคยนั่งเมื่อก่อน
ไอ้สายนี้แหล่ะ ที่เคยสำแดงพลังซิ่งสะบัด จนเห็นผู้โดยสารเมารถอ้วกแตกมาแล้ว

อ่ะ พูดไปพูดมาไปอินอยู่กับรถเมล์เกินไปหน่อย ขอกลับเข้ามาสู่เนื้อหาหลักกันดีกว่า

. . .

วันก่อนผมก็ใช้บริการแท็กซี่ไปทานข้าวกลางวันอย่างที่บอกข้างต้นแหล่ะครับ
ขากลับตอนจอดติดไฟแดง เห็นเด็กเช็ดกระจก (ที่จริงคืออดีตเด็กเพราะมันโตเป็นวัวแล้ว)
ที่คอยซุ่มอยู่ตามไฟแดง พอรถจอดสนิท มันเดินซึม ๆ ตาปรือโผล่ออกมาจากไหนก็ไม่รู้
ดูจากสภาพแล้วเหมือนเพิ่งได้สติคืนมาหลังจากการดมกาวเข้าสมองเกินขนาด

มันคงมีระบบเซนเซอร์ตรวจจับสัญญาณไฟแดงฝังไว้ที่ก้านสมอง พอไฟแดงเมื่อไหร่
เครื่องนั้นก็จะส่งคลื่นไปควบคุมสมองในส่วนการเคลื่อนไหว ถูกสั่งให้ก็รีบคว้าถังน้ำ
ละลายผงซักฟอก (แฟ้บ) พร้อมกับอุปกรณ์เช็ดรถ เดินมาเช็ดกระจกรถที่จอดติดไฟแดงอยู่

โดยมากก็มักจะเริ่มจากกระจกด้านหน้าฝั่งคนขับก่อน ไม่ว่าคนขับรถจะโบกมือห้าม
หรือเปล่งพลังยุทธแปลงกลายเป็นลิงกังหรือซุปเปอร์ไซย่า 3 มันก็ไม่หยุดแต่อย่างใด
(เข้าใจว่าถูกระบบควบคุมสมองอยู่) และก็จะเช็ดถูไถไปจนกว่าคนขับจะเปิดกระจก
แล้วหย่อนเงินให้เสียแต่โดยดี ซึ่งถ้าไม่รีบให้ตังค์ไป มันก็จะย้ายไปเช็ดกระจกตรง
ฝั่งคนนั่งต่อไป แบบว่าถ้าใครไม่รีบให้ตังค์ตู ตูก็จะเช็ดให้เลอะไปทั้งคันเลยล่ะเมิง

คนขับแท็กซี่คันที่นั่งมาบอกว่า ถ้าเช็ดแล้วคนขับไม่ยอมให้ตังค์ซะที มันก็จะทุบ ๆ
ที่รถเพื่อเรียกร้องความสนใจไปจนกว่าคนขับจะให้เงิน

หลังที่มองมันเช็ดกระจกรถคนดังกล่าวจนเสร็จทั้งบาน (ทั้งฝั่งคนขับและคนนั่งข้าง)
มันก็เดินเลยแท็กซี่ที่นั่งอยู่ไปอย่างไม่สนใจไยดีไปยังรถส่วนตัวคันถัดไปทันที
คนขับรถคันนั้นก็ท่าทางจะเป็นที่ผู้เจนจัดกร้านโลก เข้าใจระบบการทำงานของ
ระบบควบคุมสมองนั่นเป็นอย่างดี เปิดกระจกหยอดตังค์ปิดเครื่องควบคุมสมอง
ก่อนที่มันจะเริ่มเช็ดกระจก แล้วก็เดินจากไปยังรถคันถัดไป

 

ผมถามคนขับแท็กซี่ว่า เคยโดนมันโผล่มาเช็ดกระจกแท็กซี่บ้างหรือเปล่า
คนขับบอกว่า เคยมี  ตอนที่มีีผู้โดยสารเป็นชาวต่างชาตินั่งโดยสารมา

มันจะมาเช็ดกระจกตรงฝั่งผู้โดยสารทันที คือไม่เช็ดหรอกกระจกคนขับ ตูไม่ได้ตังมันแน่
มาขอความเอื้ออาทรจากผู้โดยสารฝรั่งดีกว่า อย่างน้อยฝรั่งอาจจะต้องการกระจกที่ชัด ๆ ใส ๆ
เพื่อที่จะได้มองเห็นภาพของกรุงเทพฯ ในแบบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในเรื่องของวิวทิวทัศน์
และคุณภาพชีวิตของคนในประเทศนี้

สรุปว่ายังไงการทำมาหากินแบบนี้ ยังไงก็ได้เงินครับ เพราะเดินไปที่เหยื่อคันไหน
ส่วนใหญ่ถ้าเจ้าของรถยังห่วงใยในสภาพของรถของตัวเอง ก็ย่อมที่จะหย่อนเงินให้
อย่างเสียมิได้ หรือถ้าพูดกันในอีกความหมายหนึ่ง ก็คือการจ่ายค่าคุ้มครองอย่างหนึ่ง

. . .

ดังนั้นต่อไปนี้ ถ้าจะให้นึกถึงความหมายของคำว่า ไอ้แช่แฟ้บ ในทัศนคติของผม
ผมคิดว่าเด็กเช็ดกระจกรถแบบที่เล่ามานี่แหละครับ ตรงกับจินตนาการเป็นที่สุด

Comment

Comment:

Tweet

ผมอ่านเจอหลายกระทู้ครับ ยิ่งกระทู้นี้ มีคนร่วมเห็นด้วยมากมาย
แสดงให้เห็นถึงว่า เป็นปัญหาจริงๆ

http://www.bmwsociety.com/board/showboard.asp?id=109045&page=1

ตัวผมเองอยู่ตรงแยกรัชดาลาดพร้าวเลย ผ่านทุกวัน โดนมั่งไม่โดนมั่ง แต่พอดีรถเก่าเลยไม่ค่อยซีเรียส ได้อ่านแล้วเห็นใจเจ้าของรถใหม่ๆมากเลย จึงอยากเสนอความเห็นดังนี้

เตรียมเบอร์สื่อไว้สักหลายๆเบอร์ครับ อาจจะร่วมด้วยช่วยกัน หรือ สวพ 91 หรือ จส 100 หรือ หนังสือพิมพ์ หรือทีวี ก็ได้ครับ

หลังจากรถออกไฟแดงไปแล้ว ขับไปจอดที่ป้อมตำรวจเลย เปิดไฟผ่าหมากไว้ด้วยครับ แล้วถามตำรวจว่า แยกนี้เป็นพื้นที่ของ สน. ไหน ขอแจ้งความข้อหาละเมิดได้ครับ ถึงแม้รถไม่มีรอยขูดขีด แต่มาเช็ดให้เราโดยที่เราไม่ต้องการ เพราะเรากังวลกลัวรถเป็นรอย แค่นี้ก็ถือเป็นการข่มขืนทางจิตใจ เข้าข่ายละเมิด

และถ้าเราไม่ให้เงินแล้วเขาทุบหรือทำร้ายรถ ยิ่งหนักครับ เข้าข่ายกรรโชคทรัพย์ ซึ่งเป็นคดีอาญา แล้วก็โทรแจ้งนักข่าวจากสื่อต่างๆเลยครับ โทรติดไม่ติดช่างมันครับ ทำท่าคุยๆไปก็ได้ ( แต่อย่าลืมปิดเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ตั้งแต่ระหว่างติดไฟแดงครับ) และถ้ายิ่งได้ส่ง sms แจ้งพวกสถานีวิทยุได้ยิ่งดีครับ จะออกอากาศสดเลย

ถ้าทำขนาดนี้แล้ว ตำรวจคงจะต้องดูแลตามหน้าที่ ครั้งต่อไปอาจจะไม่เจอพวกเด็กเช็ดรถอีกครับ

*ขับไปจอดให้ถึงป้อมเลยนะครับ รถติดช่างมัน แค่วันเดียว แต่แก้ปัญหาได้ระยะยาว เพราะถ้าแยกนั้นยังไม่มีการแก้ไขปัญหาให้เราชาวประชา เดี๋ยวรายการทีวีก็ไปแอบซุ่มถ่ายเองครับ *

#17 By ผ่านมาเจอ (58.8.123.79) on 2009-11-04 18:06

"ไอ้แช่แฟ้บ "....สงสัยต้นกำเนิดจากที่นี่เอง...อิอิ

#16 By MayaKniGht on 2008-06-21 08:30

ไม่ชอบเลยค่ะ
เข้ากรุงเทพทีไร เจอพวกนี้
ก้อจ่ายก่อนไปเลย (เซ็งเนอะ)

#15 By Peaw-weaw on 2008-06-21 00:31

งั้นก็หยอดตังค์ก่อนเลย
มันจะได้ไม่กวนใจbig smile
ปอนจะกลัวเด็กๆ พวกนี้มากๆ เลยครับ ปอนกลัวไปทับเท้ามันหรือขับรถทับมันเข้าจะเป็นเรื่อง นี่แหล่ะครับมันถูกปลูกฝังนิสัยมักง่ายกันมาแต่เด็กคิดว่าเงินได้มาง่ายๆ อย่างนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลยดูง่ายไปหมด..ไม่รู้จักการแสวงหาในสิ่งที่แยกขึ้นหรือพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นเลย...เฮ้ออออsad smile confused smile

#13 By ปอนปอน on 2008-06-20 12:36

เบื่อเหมือนโดนบังคับซื้อของที่ไม่อยากได้

#12 By lekprapan on 2008-06-20 11:44

ช่ายดิ...เจอมาแล้วหลายครั้งเลย

#11 By รีคอนดำ on 2008-06-20 08:45

เคยเจอเช็ดกระจกจนเป็นรอย อย่างเซ็ง

#10 By MySillyThing on 2008-06-20 00:53

ต้องบอกด้วยว่า ชม นึง ไฟแดงนานแค่ไหน เช็ดรถได้กี่คัน คันละกี่บาท เผลอๆได้ตังเยอะกว่าผมอีกsad smile
พวกคุ้มครองแถวสี่แยกไฟแดงน่ากลัว.... sad smile


ว่าแต่ไอ้ประโยคนี่นี้ มันแยกใช่ไม๊
- เคยขับรถสาธารณะชนมาแล้วกี่ครั้ง (ต่ำกว่า 10 ครั้ง รับได้)

สาธารณะ....ชน sad smile


#8 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-06-19 21:50

เอ๊ะ หรือว่า เมื่อก่อนเราเคย...มาก่อน...

มิน่าคำว่า คำว่าแช่แฟ้บ จู่ๆก็เข้ามาที่หัวเรา...

...มันต้องเป็นแบบนี้แน่ๆ

เป็นคำจำกัดความแช่แฟ้บที่สมเหตุมากครับconfused smile

#7 By วิชัย... on 2008-06-19 19:15

จริงด้วย แช่แฟ้บจริงๆ เบ๊เห็นพวกนี้มาเช็ดๆ ฟองฟ่อดเต็มกระจก แถมเช็ดก็ไม่สะอาด แต่จะเอา 20 บาท น่าเกลียดจริงๆ พอดีเบ๊ไม่มีรถยนต์ (ถึงมีก็คงไม่ขับเองอีกล่ะ) เลยไม่เคยเจอปัญหา "เด็กแช่แฟ๊บ"

#6 By General เบ๊ on 2008-06-19 19:10

....พ่อแม่ของเด็กพวกนี้
....น่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังพัฒนาไม่ถึงคน
....เข้าใจว่าเป็นคงสัตว์ชนิดหนึ่ง
'block cool!'

#5 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-06-19 18:14

มันที่มาที่ไปแบบนี้นี่เองconfused smile

#4 By Meowzilla Zilla on 2008-06-19 18:12

อ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง งั้นผมโชคดีที่มีคนทำความสะอาดรถส่วนตัว มีคนขับให้พร้อม (รถเมลล์) ไม่ต้องกลัวพวกเด็กเช็ดกระจก

สงสัยเหมือนกันว่าเด็กเช็ดกระจกพวกนี้ วันนึงได้กี่บาทอ่ะ เท่าที่อ่านมา คงได้เยอะ

#3 By หนึ่ง on 2008-06-19 17:20


พวกที่ไม่เคยโดนเลยน่าจะเป็นฟอร์จูนเนอร์หรือวีโก้บ้าพลังยกสูงอ่ะครับ เพราะมันเช็ดไม่ถึง เดี๋ยวนี้เด็กตัวเล็กๆ หัวยังไม่พ้นกระจกเลยครับ ถือผ้าผืนเล็กๆ เดินตามแม่ที่ขายพวงมาลัย มาถึงรถพอเช็ดกระจกหน้าไม่ถึง ก็เอาผ้ามาถูๆตรงกระจกฝั่งคนขับครับ.. สอนวิธีหาเงินกันแบบนี้อ่ะนะ..


#2 By :: KinG MoJi :: on 2008-06-19 17:17

Hot!


แช่แฟ้บต้นตำรับจริงๆด้วยsad smile

#1 By Meiko S. on 2008-06-19 17:14

Recommend