Inspiration

หากคุณจะบอกรักใครในร้านอาหาร เชื่อว่าผู้ชำนาญการส่วนใหญ่
คงจะมีการเตรียมอุปกรณ์การสื่อรักมาก่อนไปเรียบร้อยแล้ว เช่น
ดอกไม้ การ์ด แหวน กระเป๋าหลุยส์ เช็คของขวัญ ฯลฯ

แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเริ่มเชย ซ้ำซากจำเจ ต้องการความแปลกใหม่
ลองมาเสาะหาวิธีสื่อรักกันในร้านอาหารเลยดีไหม ท้าทายดีนะ

 

ดังนั้น ควรเตรียมตัวตั้งแต่การเลือกร้านที่จะไปทานก่อนเลย

ตามความคิดส่วนตัวคือ น่าจะเป็นร้านที่มีอะไรให้เราตักได้เอง
เพราะเราสามารถสนุกไปกับการตกแต่งสร้างสรรค์ไอเดีย
ในอาหารที่เราตักมาเพื่อสื่อความหมายได้อย่างโดนใจ

ร้านหนึ่งที่น่าจะเหมาะกับปฎิบัติการแบบนี้คือ sizzler
เพราะมีสลัดบาร์ที่มีองค์ประกอบของสีที่หลากหลาย
สามารถนำมาละเลงศิลปะแห่งการสื่อรักผ่านอาหารได้ เช่น
การเรียงชิ้นอาหารให้เป็นตัวหนังสือ หรือเป็นรูปภาพเพื่อสื่อความในใจ

 

แต่ถ้าเกิดคุณมีปัญหากับการเรียนวิชาศิลปะ
หรือรสนิยมทางศิลปะของคุณเป็นในแนว Abstract แล้ว
งานศิลปะออกมาซับซ้อนยุ่งเหยิงปิกัสโซ่เหมือนจานข้างล่างนี้ได้
แล้วใครจะไปรู้ว่าต้องการสื่อความหมายอะไีรกันนี่

ชื่อผลงาน: "ความร้อนแรงที่ถูกซ่อนเร้น หมายเลข 3"

วัสดุที่ใช้: ผักเปียกหลากสีวางบนผิวจานเซรามิคสีขาว

 

อาจจะต้องขอให้ลองปรับแนวลงมานิดนึง ลองเปลี่ยนเป็นซุปจะดีไหม

โรยพริกเป็นกลุ่มก้อนพองาม แล้วตกแต่งเป็นรูปหัวใจ เป้าหมายเดินมา "อ่ะ ฉันให้เธอ"

ชื่อผลงาน: "ใจละลายในสายน้ำข้น"

วัสดุที่ใช้: ผงพริกป่นแดงและพริกไทยดำในซุปข้นเห็ด บรรจุในถ้วยเซรามิคสีขาว

 

หรือถ้าความสามารถทางการตกแต่งของคุณอยู่ในขั้นวิกฤติ

ไม่เป็นไร ยังพอมีโอกาส ร้านนี้เตรียมบางอย่างไว้ให้คุณแล้ว

นี่เลย!

ชื่อผลงาน: "หัวใจสำเร็จรูป"

วัสดุที่ใช้: ช็อกโกแลตมูส มาพร้อมกับเยลลี่รูปหัวใจ (ไม่ได้ทำเองเลยซักแอะ)

สิ่งที่ต้องทำก็แค่ตักเยลลี่ชิ้นนี้ยื่นให้เป้าหมาย
พร้อมกับทำหน้าหื่น ๆ เอ๊ย กรุ้มกริ่ม เพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อยพองาม

เห็นไหมว่า แทบไม่ต้องใช้ความพยายามเลย
แคลลอรี่ยังไม่ทันลดไปซักขีด (อาจจะเพิ่มถ้ากินของที่เหลือในถ้วย)

แต่สำหรับวิธีนี้ อาจต้องพิจารณาเลือกสาขาซักหน่อย
เพราะช็อกโกแลตมูสไม่ได้เสิร์ฟในถ้วยทุกสาขา
(ที่เห็นในถ้วยแบบนี้คือที่สาขา Siam Discovery)

ถ้าไปสาขาผิด ก็อาจจะพบกับมูสแบบรวมกันอยู่ในอ่างใหญ่ ๆ

กว่าจะแคะออกมาได้ ก็กลายเป็นงานศิลปะปูนปั้นแนว Abstract อีกหนึ่งงาน

ชื่อผลงาน: "ลมพายุที่หยุดนิ่ง หมายเลข 2"

วัสดุที่ใช้: มูสรสมะนาว โปะบนผิวจานเซรามิคสีขาว

 

นอกจากจะไม่ใส่ถ้วยแล้ว แถมไม่มีเยลลี่รูปหัวใจด้วยอีกต่างหาก
ซึ่งถ้าเป็นกรณีแบบนั้น ก็คงไม่มีอุปกรณ์สื่อรักกันแบบง่าย ๆ ให้ใช้แล้ว

 

ให้ท่องเอาไว้ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนก็แล้วกันนะ ขอให้โชคดี

 

ป.ล. มูสช็อกโกแลตแบบดั้งเดิมนี่ล่ะอร่อยที่สุดแล้ว

 

คำคมที่สั้นที่สุด

posted on 03 Jul 2008 21:21 by oatato in Inspiration

นั่นคือ...

 

มีด

 

 

ยังมีคำคมที่สั้นกว่าคำแรก แต่กลับเขียนยาวกว่า

 


มีดสั้น

 

 

 

 

บางทีการตั้งคำถามเพื่อรอการตอบกลับ อาจสนุกและท้าทายกว่า
การเล่าเรื่อง ที่เป็นการส่งข้อมูลไปแต่เพียงฝ่ายเดียวก็ได้

หรือบางทีการบอกเล่าอะไรแบบง่าย ๆ ตรง ๆ มันก็จะกลายเป็นความจำเจ
เมื่อเทียบกับการทิ้งอะไรเอาไว้ให้ขบคิดต่อไป หลังจากอ่านเนื้อหานั้น

ถึงเนื้อหาเรื่องราวจะจบลง แต่ความคิดกำลังเริ่มต้น และจะต่อเนื่องต่อไป

การที่ได้อ่านอะไรผ่าน ๆ ตาไป เราสามารถลืมมันไปได้ง่ายดาย ภายในระยะเวลาไม่นานนัก
เหมือนกับว่าเราเพียงแค่มองมัน ไม่ได้สัมผัสจับต้อง สุดท้ายมันก็จะถูกทิ้งอยู่ที่เดิมเมื่อเราจากไป

แต่เมื่อไหร่ที่มีคำถามเกิดขึ้นให้เราเก็บไปคิดตาม นั่นเปรียบเสมือนว่า เราได้เริ่มสัมผัสมันโดยตรง
และยิ่งไปกว่านั้น เราอาจเผลอเก็บมันกลับมากับเราด้วย และได้วางอยู่ในสมองของเราเรียบร้อยแล้ว

 

พอมีคำถามเกิดขึ้น มนุษย์เรามักจะอยากได้คำตอบอยู่เสมอแหล่ะ

. . .

งั้นก็ขอจบด้วยการทิ้งเอาไว้ปริศนา ว่าคนเขียนกำลังพยายามสื่อถึงอะไร

1/5 : เริ่มต้น

2/5 : คำใบ้เพิ่มเติม

3/5 : คำใบ้เพิ่มเติม

บางสิ่งที่ผู้ชนะรายการอัจฉริยะข้ามคืนคนที่ 15 เคยบอกไว้หนังสือ

4/5 : คำใบ้เพิ่มเติม

A _ B _ D _ X _ E R

5/5 : อันนี้เฉลยเรียกพี่แล้ว

แท็ก 50 คำถาม ข้อที่ 24

. . .

เห็นไหม ถึงเนื้อหาจะจบ แต่บางสิ่งกำลังเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

ป.ล. หากไม่มีคนมาเล่น ขอเก็บเอาไว้ไม่เฉลยนะ

. . .

เฉลย

บรรทัดแรกเขียนมือซ้าย บรรทัดสองเขียนมือขวา

แค่นั้นแหล่ะครับ

จะทายต่อก็ได้ว่าปกติใช้มือไหนเขียนหนังสือ?

วันนี้ขอมานำเสนอไอเดียใหม่สำหรับโรงหนังแห่งอนาคต
เพื่อคุณภาพชีวิตของคอหนังโรงให้ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง

ใครที่กำลังทำธุรกิจโรงหนังจะเอาไอเดียนี้ไปใช้ก็ได้ไม่ว่ากัน
และถ้าสามารถคุณทำให้โรงหนังแบบนี้เกิดขึ้นมาได้จริงล่ะก็
มันจะกลายเป็นโรงหนังในอุดมคติของนักดูหนังกันเลยทีเดียว

ระบบค้นหาที่นั่ง

คุณเบื่อกับการที่ต้องเพ่งหาเลขที่นั่งของตัวเองไหมครับ?
เวลา่เดินเข้าไปในโรงหนังอันมือมิด ปัญหาที่จะต้องเจอก็คือการค้นหาที่นั่งของตนเอง
ในขณะที่สายตายังไม่ทันปรับสภาพให้เคยชินกับความมืด ซึ่งโรงหนังบางแห่งเราจะเห็น
พนักงานเอาไฟฉายส่องไปยังเบอร์ที่นั่งที่ถูกต้องของคุณ และค้างไว้เป็นเวลา 3 วินาที
มันเป็นเกมฝึกสมองที่เขาเล่นกับคุณ ให้คุณจดจำตำแหน่งนั้นให้ขึ้นใจในเวลาที่กำหนด
บางทีพนักงานก็ใจดีส่องไฟชี้ทางเดิน แถมให้เป็นตัวช่วยพิเศษ ก่อนที่จะดับไฟแล้วหลบ
ไปฝึกทักษะนี้ให้กับลูกค้า้คนอื่นต่อไป

หลัง ๆ รู้สึกว่าเกมนี้จะเริ่มเป็นที่นิยมน้อยลง เนื่องจากโรงหนังมีขนาดใหญ่ขึ้น มีที่นั่ง
เพิ่มขึ้นมากมายจนทำให้การฉายไฟระบุพิกัดผิดพลาด จนทำให้เกิดปัญหาคนนั่งผิดที่
เช่น ซื้อแถว T ใกล้จอ แต่พนักงานส่องไฟไม่ดีเลยเข้าไปผิดแถวนิดหน่อย เป็นแถว D
ทำให้เกิดข้อครหาเรื่องการคอรับชั่นฮั้วที่หนังในโรงหนัง จนเจ้าของกิจการบางคนถูกบีบ
ให้ต้องหลบไปอยู่อังกฤษนานเป็นปีเพื่อให้ปัญหาคลี่คลาย แล้วค่อยกลับมาเคลียร์ปัญหา
เกี่ยวกับที่นั่งในภายหลัง

ก่อนที่(เนื้อหา)จะหลงทางไปไกลกว่านี้ โรงหนังในยุดใหม่ ๆ จึงมีสิ่งที่เรียกว่า ไฟเรืองแสง
ที่ช่วยบอกตัวอักษรประจำแถวให้เราเดินไปถูกแถว แต่ปัญหาก็คือ มันไม่มีไฟบอกเลขที่นั่งด้วย
ดังนั้น เราจึงพบว่าบางครั้งมีคนเผลอมานั่งในที่ของเรา ทั้งที่ควรจะเป็นที่นั่งถัดไป อันนี้ต้องเข้าใจ
เพราะไฟมันมืด แถมยังเจอคนที่ขาดโชคหรือพรสวรรค์ในการเดาซะอีก อย่าโกรธ เพราะคนกลุ่มนี้
ออกจะน่าสงสาร ตอนสอบจะมั่วก็เดาผิดข้อ แทงหวยก็ไม่ถูกเพราะตีเลขผิด จีบใครก็ไม่ติดเพราะ
เดาใจเธอไม่ถูกซักที เป็นอย่างนี้อยู่ร่ำไป

จึงขอแนะนำว่า ถ้าจะต้องการแก้ปัญหานี้ให้หมดไป ควรมีการนำร่องไปยังจุดหมายที่ดีกว่านี้
ซึ่งการมีตัวเลขเรืองแสงทุกที่นั่งก็ถือว่าดีในระดับหนึ่ง แต่ถ้าจะให้วิเศษนิยมกันไปเลย
ควรมีระบบตรวจเช็คที่นั่ง หลังจากที่ได้เดินเข้าไปในโรงหนังแล้ว อาจมีจุดสแกนบาร์โค้ดตั๋วหนัง
ที่คล้าย ๆ กับระบบตรวจเช็คราคาสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง เมื่อระบบตรวจสอบเลขที่นั่งได้
จะมีการทำสัญญาณให้ชัดเจนตรงที่นั่งปลายทางให้เราสามารถเดินไปได้อย่างง่ายดาย

ตอนนี้มีความเป็นไปได้ไว้สองแบบ คือ แบบแรกเป็นการจุดพลุไฟจากที่นั่งแบบอลังการ
ถือเป็นการยิงพลุนัดเดียวได้พลุถึงสองตัว เพราะนอกจากจะทำให้เจ้าของที่นั่งเห็นที่นั่งได้แล้ว
ยังช่วยขับไล่ให้คนที่แอบมานั่งที่นั้นได้ย้ายไปยังที่นั่งที่ถูกต้อง อาจมีตูดพองนิดหน่อย แต่ก็
ถือเป็นบทเรียนที่ชัดเจน และร้อนแรง ส่วนแบบที่สองจะเป็นการติดเสาอากาศที่มีปลายไฟแว็บ ๆ
แบบยืดได้เหมือนกับเสาอากาศรถยนต์ทั่วไป เมื่อลูกค้าสแกนที่นั่งเจอเมื่อไหร่ เสาอากาศก็จะ
โผล่พรวดขึ้นมาทันที ส่วนจะโผล่จากตรงไหนค่อยมาดูกันอีกที ซึ่งหลายคนแนะนำว่า น่าจะให้
เสานั่นโผล่ทะลุขึ้นมาจากเบาะที่นั่งได้เลย เพื่อสั่งสอนคนมานั่งผิดที่เหมือนวิธีที่หนึ่ง

แต่ถ้ารู้สึกว่าการขับไล่ผู้ที่มานั่งที่เราในแบบข้างต้นโหดร้ายเกินไป ยังมีวิธีที่น่าสนใจกว่า คือ ...

ที่นั่งอัจฉริยะ

สืบเนื่องจากปัญหาข้างต้นของการหาที่นั่ง หลายคนที่ได้เคยพบเจอประสบการณ์น่าอึดอัดใจ
แบบนี้ อาจทำให้เรารู้สึก เสียขวัญ หมดสมรรถภาพ..ทางอารมณ์หรืออะไรก็ตามแต่
พลอยจะทำให้การดูหนังเสียอรรถรสไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ความยุ่งยากนี้จะหมดไป ถ้าเราลงทุนอีกเล็กน้อยให้มีเครื่องตรวจสอบตั๋วประจำที่นั่งใน
แต่ละที่ได้เลย คือ จะมีช่องเสียบตั๋วอยู่ตรงพนักเก้าอี้ ซึ่งลูกค้าจะต้องเอาตั๋วหนังใส่เข้าไป
ตลอดเวลาที่มานั่งบนเก้าอี้ เหมือนกับการ์ดกุญแจที่เราเห็นตามโรงแรมชื่อดังทั้งหลายนั่นเอง

เวลามีคนมานั่ง ระบบตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ได้ใส่ตั๋วตามเวลาที่กำหนดหรือตั๋วกับที่นั่งไม่ตรงกัน
จะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อน ๆ ออกมาจากเก้าอี้นั่ง มาเพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจผู้นั่งให้ลุกขึ้น
ไปหาที่นั่งที่ถูกต้องให้จนได้ แต่ถ้าในกรณีที่คนนั่งไม่ยอมลุกไปไหน ในทุก ๆ 15 วินาที
ระบบจะเพิ่มกระแสไฟขึ้นเรื่อย ๆ ครั้งละ 20 โวลล์ จนกว่าคนนั้นจะเปลี่ยนใจ หรือสำนึกผิด
หรือสุกเกรียมจนน่ารับประทาน เลือกเอา

ห้องพิเศษสำหรับเด็กจ๊อกแจ๊กเจี๊ยวจ๊าว

เพื่อลดมลภาวะทางเสียงเด็กที่เอาแต่ร้องไห้เอาแต่ใจไมยอมหยุด ทางโรงหนังได้ออกแบบ
เป็นห้องกระจกเก็บเสียง และกันกระสุน (กรณีเป็นบุตรหลานผู้มีอิทธิพล) อยู่ภายในโรงหนัง
เพื่อลดมลภาวะทางเสียงแก่ลูกค้าท่านอื่น กรณีที่บุตรหลานเป็นเจ้าหนูจัมมัยช่างสงสัยถาม
ไปได้ทุกเรื่อง ทางเราก็มีบริการพี่เลี้ยงฮอตไลน์ที่พร้อมตอบคำถามของคุณหนู ๆ เหล่านี้ได้
ทุกประเภท