Miscellaneous

Titanic: Birth of a Legend

posted on 14 Apr 2012 21:49 by oatato in Miscellaneous
วันที่ 15 เมษายน 2012 หากย้อนกลับไป 100 ปี
นี่คือวันที่เรือไททานิกจมลงสู่ใต้ท้องทะเล
 
และหากย้อนกลับไปก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์นี้อีกซัก 5 ปี
ก็จะพบจุดเริ่มต้นของความคิดที่จะสร้างเรือโดยสารที่มีขนาดใหญ่ที่สุด
 
ซึ่งสารคดีนี้ได้พูดถึงเหตุการณ์ที่ว่านั้น ดำเนินมาจนถึงวันที่เรือ
ได้เริ่มออกเดินทางไปสู่อนาคตที่ไม่มีใครคาดไปถึง
 
 
ทุกเหตุการณ์มีเรื่องราว
เรื่องราวต่าง ๆ ย่อมมีจุดเริ่มต้น
และจุดจบในตัวของมันเอง

Tag: Self-portrait

posted on 28 Jun 2009 19:11 by oatato in Miscellaneous

กติกา (รบกวนก๊อปไปแปะเอนทรี่ด้วยนะครับ)
- วาดรูปตัวเอง แบบไหน อย่างไร เทคนิคอะไรก็ได้ เหมือนไม่เหมือนก็ได้ สวยไม่สวยไม่เป็นไร
- ในรูป ให้มีตัวเองเป็นหลัก (แบบภาพถ่าย portrait) แบบ "ตัวเอง 10% ฉากหลัง 90%" ไม่เอา
- เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส (เพื่อให้เวลารวมเป็นรูปเดียว จะได้ไม่ต้องตัดทอนส่วนหนึ่งส่วนใดของรูป)
- ขนาดเท่าไหร่ก็ได้ แต่ถ้าไม่เล็กเกินไปก็จะดี
- หนึ่งบล็อกต่อหนึ่งรูปเท่านั้นนะ
- ลงชื่อบล็อกไว้ในรูปเพื่อประโยชน์ในการติดตามเจ้าของ
- ใส่แท็กว่า selfportrait (ติดกัน) เพื่อที่คนอื่นจะได้หาดูง่ายๆ
- ถ้าแท็กนี้ไม่ล่ม เดี๋ยว exteen จะทำเป็นหน้ารวม ประมาณว่า wall of exteen ให้จ้ะ
- ใครจะทำแท็กนี้ก็ได้ ไม่ต้องรอมีคนแท็กให้

-----------------------------------------------------------------------------------

เห็นเอ็ดดี้ทำโฟโต้ช๊อปออกมาเนียน(?)อย่างนั้น เลยขอทำบ้าง

เพราะไม่ถนัดวาดภาพจริง แต่ก็ไม่อยากได้ภาพเหมือนที่ใช้ Filter ช่วยอย่างเดียว
ก็เลยใช้การวาดซ้อนโดยเอาภาพต้นฉบับมาวาง แล้วใส่ filter ลงไป บวกกับปรับ
ค่าความสว่างให้เหลือแต่สีขาวดำ แล้วใช้ Brush Tool เลือกวาดระบายในส่วนที่
เป็นจุดสีเข้มใหม่อีกครั้งหนึ่งซ้อนกับภาพเดิมก่อนวาดทับ สุดท้ายก็จบด้วยการใส่
Sketch Filter ลงไปอีกครั้งให้ภาพแตก ๆ แล้วในที่สุดก็ออกมาเป็นเช่นนี้

 

ก็ออกมาดูเป็นภาพวาดดี แต่กรรมวิธีช่างซับซ้อน (หมายถึงวุ่นวายและมั่ว) น่าดู :P

นี่ถ้าอยากจะทำอีกรูปก็คงจะต้องมานั่งคลำกันใหม่ แต่ต่อไปจะพยายามจดไว้

เขียนบ่นทิ้งไว้ใน twitter เรื่องเครื่องทำน้ำอุ่นเสีย ไปเมื่อ  2 เดือนที่แล้ว

เคยให้ช่างไฟฟ้า-ประปา (เห็นประจำว่าช่างไฟฟ้ามักเป็นช่างประปาด้วย)
เค้ามาดู เค้าลองตรวจไปแล้วบอกว่าู ไฟยังเข้าไปที่เครื่องได้ตามปกติ
แต่ระบบไม่ยอมทำงาน น่าจะเป็นที่แผงวงจรภายในมีปัญหา เค้าไม่สามารถ
ซ่อมได้ เลยแนะนำว่าควรให้ช่างของบริษัทสินค้ามาซ่อมให้จะดีกว่า

เพิ่งจะได้มาโทรนัด ให้มาดูวันนี้

พอช่างมาถึงตัวเครื่อง ก็งัดแงะแกะเครื่องได้อย่างชำนาญ
เขาเอาไขควงไปวัดไฟก็เห็นไฟเข้าตามปกติ ก็แอบคิดในใจว่าจะเป็นตามที่
ช่างไฟที่เคยมาตรวจบอกไว้หรือเปล่านะ ถ้าใช่ก็ต้องเปลี่ยนวงจรก็คงยุ่งน่าดู
แถมราคาอาจจะไม่ย่อมเยาด้วยอีกต่างหาก

ดูต่อก็เห็นเค้าเอาสายไปต่อบายพาสจากวงจรหนึ่งด้านล่างไปทางวงจรด้านบน
(ส่วนตรงกลางขวางอยู่คือหม้อน้ำร้อน) ปรากฏว่าไฟบอกการทำงานติดแล้ว
นั่นก็แปลว่ามันไม่ได้เสียที่ตัวแผงวงจรหลัก

จากช่วงแรกที่ถามช่างไปแล้วยังไม่แน่ใจ แต่ตอนนี้เข้าใจว่ารู้สาเหตุแล้ว
ก็เลยถอดส่วนที่เป็นท่อเล็ก ๆ ใต้หม้อน้ำออกมา ซึ่งพอเปิดด้่านใน
เราจะเห็นแท่งพลาสติก ดูคล้ายกระสุนปืนหน้าตาอย่างนี้

ผมก็ไม่รู้กลไกการทำงานอย่างละเอียดนะครับ แต่พอจับใจความได้ว่า
สิ่งที่บรรจุอยู่ในพลาสติกนี้จะเป็นตัวแม่เหล็ก ที่เป็นตัวไปกระตุ้นวงจร
บางอย่างเพื่อให้เครื่องเริ่มทำงาน เมื่อเิกิดแรงดันของน้ำเวลาที่ไหลเข้าไปในท่อนั้น

แต่ถ้าดูดีดี จะเห็นสิ่งที่อยู่ข้างในซึ่งก็คือแม่เหล็ก มันแตกละเอียดเป็นเม็ดเล็ก
เลยทำให้ขั้วแม่เหล็กเสื่อมไป มันก็เลยไม่สามารถไปเปิดวงจรให้ทำงานได้

. . .

และจากการยืนสัมภาษณ์ช่างตลอดช่วงเวลาที่ทำงาน
ไปถึงหลังจากที่ซ่อมเสร็จแล้ว ก็ได้รายละเอียดมาตามนี้

วิธีซ่อมแซม

ก็คือเปลี่ยนแค่ตัวนี้เท่านั้นครับ เอาตัวใหม่ที่แม่เหล็กไม่แตกใส่เข้าไปแทน
ประกอบกลับเข้าเครื่องไป เครื่องก็กลับมาทำงานตามปกติ

สาเหตุมาจากอะไร

ช่างบอกว่า เป็นเพราะคนใช่เครื่องทำน้ำอุ่นส่วนใหญ่
จะไม่ค่อยเปิดไล่น้ำร้อนออกจากท่อหลังอาบน้ำเสร็จ น้ำร้อนมากมันก็จะขังอยู่ในนั้น
ก่อนที่จะเย็นลงในอีกหลาย ๆ นาที ซึ่งนั่นทำให้แม่เหล็กที่ใส่มาข้างในเกิดเสื่อมสภาพ
และแตกออกเป็นชิ้น ๆ

ปัญหานี้จะกลับมาอีกไหม

ถ้าใช้แบบไม่เปิดไล่น้ำร้อนออกจากท่อ ราว 3-4 ปี มันก็จะเป็นอย่างนี้อีก

คนอื่นเจอปัญหาแบบนี้บ้างไหม

ส่วนใหญ่ก็เจอปัญหาแบบเดียวนี้กันเกือบทั้งหมด (ปัญหาการเสื่อมสมรรถภาพทางแม่เหล็ก)

วิธีแก้ที่จะไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก

หลังอาบน้ำเสร็จ ให้ปิดสวิทซ์เครื่อง แต่อย่าเพิ่งปิดก๊อก
ควรจะปล่อยให้น้ำไหลออกมาเรื่อย ๆ จนกว่าน้ำจะมีอุณหภูมิเย็นลง

จะมีการรับประกันในจุดที่เพิ่งซ่อมไปไหม

3 เดือน

ต้องจ่ายค่าชิ้นส่วนที่เปลี่ยนไปเป็นราคาเท่าไหร่

40 บาท

แล้วส่วนของค่าบริการ

550 บาท

! ! !

. . .  (หมดกำลังใจถามต่อ จึงขอจบการสัมภาษณ์แต่เพียงเท่านี้)

 

ป.ล. ถึงจะแพง แต่เป็นช่างจากทางบริษัทโดยตรงที่มีประสบการณ์มีความชำนาญ
ทางด้านนี้โดยเฉพาะ และมีการควบคุมดูแลจากบริษัทผู้ผลิต ให้เค้าซ่อมดีกว่า
ซ่อมให้ถูกจุด จะได้ไม่มีปัญหาอื่น ๆ ที่น่ากลัวกว่าตามมาอีกในภายหลัง

เดอะซิมส์ 3

posted on 13 Jun 2009 22:41 by oatato in Miscellaneous

ในที่สุดก็ออกมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนา (พร้อมกันทั่วโลก)

ตรวจสอบสเปคเครื่องก่อนนะครับ ว่ามีเครื่องพลังพอที่จะเล่นเกมนี้ได้ไหม

The Sims 3 > System Requirements

ที่ตัวเกมบอกว่า ต้องการหน่วยความจำ 1.5 GB สำหรับ Windows Vista หรือ
1.0 GB สำหรับ Windows XP ซึ่งชักจะไม่แน่ใจว่าหมายถึงหน่วยความจำ (RAM)
ของเครื่องทั้งหมด หรือที่จะต้องเหลือไว้รันเกม เพราะตัว Vista เองก็เสพไปใช้เอง
เกือบ 1 GB แล้วนะ

เครื่องที่บ้านลง Windows 7 อยู่ (ซึ่งได้ยินว่าเร็วกว่า กิน RAM น้อยกว่า Vista)
ด้วยแรมที่ตัวเครื่อง 2 GB ก็คิดว่าน่าจะพอต่อการเล่นได้ ก็เปิดเล่นได้จริง แต่...

เล่นไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง พอเปิดเข้าหมู่บ้าน ผ่านไปไม่ถึง 10 นาที
เครื่องก็เตือนนิ้งหน่องออกมาแล้วว่าหน่วยความจำใกล้เต็มแล้ว
พอเล่นไปอีกพักใหญ่ ๆ เกมส์ก็หลุดเอาดื้อ ๆ เนื่องจาก Windows ได้ทำการปิดเกม
โดยอัตโนมัติ เพื่อที่จะเอา resource คืนกลับมาให้ระบบ แย่งกันหน้าตาเฉยกันเลยทีเดียว

ตอนแรกก็คิดว่า จะไปซื้อ RAM มาอัดเพิ่มซะเลยดีไหม
แต่ขี้เกียจเดินทาง (และขี้เกียจเสียตังค์ด้วยอีกต่างหาก)

ก็เลยยอมเสียเวลาล้างดิสก์ใหม่แล้วกลับมาลง Windows XP ซะเลย
ลองติดตั้งเกมใหม่แล้วเปิดดู เห็นหน่วยความจำยังเหลือเยอะดีอยู่
และไม่ปรากฏปัญหาที่ว่าอีกต่อไป

ก็เลยทำให้เครื่องที่บ้านต้องจบการทดสอบ Windows 7 นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
(ซึ่งกว่า Windows เวอร์ชั่นจริงจะออกมา อาจจะเพิ่ม RAM ไปแล้วก็ได้)

ส่วนใครที่รอเกมฉบับภาษาไทย อาจจะรอเก้อแล้วนะ 
เนื่องจากบริษัท  EA ประเทศไทยปิดตัวลงไปแล้ว

ถึงเวลาฝึกภาษาอังกฤษกันซะที

เมื่อโน้ตบุ๊กตัวเก่าถูกฉกไป ความน่าจะเป็นในการได้คืนถือว่าต่ำมาก
เพื่อให้สามารถกลับมาทำงานได้ดังเดิม ก็ต้องหาตัวใหม่มาทดแทน

แต่ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อที่จะผ่านกระบวนต่าง ๆ เช่น
- การแจ้งความของหาย
- การเลือกสเปคเครื่องที่เหมาะสมที่สามารถครอบคลุมการใช้งานได้ถึง 5 ปี
  (ในทางบัญชี มูลค่าของฮาร์ดแวร์จะลดลงเหลือศูนย์ ในระยะเวลา 5 ปี )
- สอบถามข้อมูลกับทางร้านค้า เกี่ยวกับรุ่น ราคา สต๊อก และการรับประกัน
- ประเมินราคาเพื่อทำเรื่องของบประมาณเพื่อซื้อทดแทน
- ทำการสั่งซื้อ แต่ในกรณีนี้ ออกไปเดินเลือกซื้อเองเลย
- แกะกล่องดูเครื่องในร้านก่อนซื้อ ตรวจสอบสภาพเครื่อง และจอภาพ (หาจุดเสียบนจอ : dead pixel)
- ติดตั้งระบบปฎิบัติการ (Windows XP) และติดตั้งโปรแกรมต่าง ๆ ที่ใช้งาน

ที่จริงเรื่องติดตั้งโปรแกรม ที่ร้านเค้าทำให้ก็ได้ แต่ขอลงเองดีกว่า

พอเริ่มต้นติดตั้งก็โดนของเลย เพราะติดปัญหาเรื่องของไดร์เวอร์ SATA AHCI
เพราะมันไม่มีอยู่ในแผ่น Windows XP ตัวมาตรฐาน ถ้าเอาแผ่นปกติพวกนี้
มาติดตั้งก็จะเจอจอฟ้าขึ้นทุกครั้งตอนมันตรวจสอบฮาร์ดดิสก็

วิธีแก้มีหลายแบบ

วิธีแรก เซ็ตโหมดของฮาร์ดดิสก์ให้เป็น IDE เสมือน เพื่อหลอกให้ตัวติดตั้งหลงเชื่อ
พอติดตั้ง Windows เสร็จค่อยถอนการติดตั้งของ drivers เก่าออกไปแล้วค่อย
ติดตั้ง driver ที่เป็น SATA AHCI เข้าไปสวมแทน

วิธีที่สอง ไม่เซ็ตโหมด IDE เพราะเดี๋ยวจะเสียฟอร์ม แต่ก็เสียเวลาโคตร ๆ ในการ
โม (modify) แผ่นติดตั้ง Windows ขึ้นมาใหม่เอง โดยให้เอาไดร์เวอร์ SATA AHCI
ใส่ผนวกเข้าไปในตัวติดตั้งที่ก็อปมาอยู่ในฮาร์ดดิสก์ (โดยต้องใช้โปรแกรมนึงช่วยรวม)
แล้วจัดการไรท์ลงแผ่นดีวีดีทำเป็นแผ่นติดตั้งอีกเวอร์ชั่นหนึง

วิธีที่สาม คล้ายวิธีที่สอง แต่ประหยัดเวลากว่า โดยไปโหลดแผ่นติดตั้ง Windows XP ที่มีคนเค้าโม
ใส่ไดร์เวอร์ AHCI มาให้แล้วจากอินเตอร์เน็ต มีคนปล่อยออกจะเยอะแยะไป

วิธีที่สี่ เปลี่ยนไปติดตั้ง Windows Vista แทนซะเลย เพราะมี driver ตัวนี้ให้มาอยู่แล้ว

วิธีที่ห้า กลับไปให้ที่ร้านลงให้ พร้อมกับทำหน้าตาสลดสำนึกผิดเล็กน้อย

ด้วยความที่ไม่ได้ติดตามเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่คอยสร้างความปั่นป่วนในการติดตั้ง
Windows เลยทำให้ตอนงมโข่งในช่วงแรก เกือบจะตัดใจไปเลือกวิธีที่ห้าซะแล้ว
แต่ลองพยายามค้นหาข้อมูลในเน็ตอยู่พักนึง ก็เริ่มรู้ระแคะระคายว่าเกิดอะไรขึ้น

เห็นไหมล่ะว่าการอ่านช่วยเราได้เสมอ

เลยเลือกวิธีแรกก่อน จนสามารถติดตั้งสำเร็จได้ด้วยดี ดีใจจนแทบจะจุดพลุฉลอง
ซึ่งพอรู้ว่ายังไงก็สามารถลง Windows ได้แน่แล้ว ก็เลยอยากทดลองวิธีอื่นบ้าง
ก็เลยล้างดิสก์ลงใหม่ แล้วเปลี่ยนไปใช้วิธีที่สาม โหลดแผ่นโม ก็โอเคผ่านฉลุย

ยังไม่หายสงสัย ก็เลยล้างดิสก์อีกทีแล้วลง Vista ไปเลย (วิธีที่สี่) ไม่เจอปัญหาอะไร
ที่วุ่นวายเหมือนการลง XP เลย (ใช่สิ XP มันเป็นของตกรุ่นแล้วนี่ ชิ)

ซึ่งพอเห็นทดลองวิธีที่สี่เป็นที่น่าพอใจ สุดท้ายก็กลับไปลง XP ใหม่เหมือนเดิม  (-_-")

สรุปว่าใช้เวลาบ้าบอไปกับการติดตั้ง Windows ต่าง ๆ ไปถึงหนึ่งวันเต็ม

และบวกเวลาเพิ่มอีกเล็กน้อยกับการติดตั้ง Windows 7 RC ใส่เข้าไปในเครื่องอีกตัว จะบ้าไปไหน!

แหม ก็เครื่องมันแรงอ่ะ ขอลองหน่อยจะเป็นไรไป

. . .

เอาภาพมาโชว์ตัวหน่อยนึง แพลม ๆ

แฟนพันธุ์แท้โน้ตบุ๊ค มาทายกันไหมว่าเป็นยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร
หากใครตามอัพเดตข้อมูลเครื่องในช่วงนี้ คงตอบได้ไม่ยากเลย

เดี๋ยวเอ็นทรีหน้ามารีวิวดีกว่า

Recommend